ความต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างใบขนสินค้าขาเข้ากับขาออกคือภาระภาษี ใบขนขาเข้าเป็นเอกสารที่นำไปสู่การชำระอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม ส่วนใบขนขาออกโดยทั่วไปไม่มีอากรและใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละศูนย์ จากจุดนี้ทำให้ข้อมูลที่ต้องกรอก เอกสารที่ต้องแนบ และความเข้มของการตรวจสอบต่างกันตามไปด้วย
ในบทความนี้
ตารางเทียบภาพรวม
| หัวข้อ | ใบขนสินค้าขาเข้า | ใบขนสินค้าขาออก |
|---|---|---|
| คู่สัญญาฝั่งไทย | ผู้นำเข้า | ผู้ส่งออก |
| คู่สัญญาต่างประเทศ | ผู้ส่งของต่างประเทศ | ผู้ซื้อในต่างประเทศ |
| ฐานมูลค่าที่ใช้ | ฐาน CIF (ราคาสินค้า + ค่าระวาง + ค่าประกัน) | ฐาน FOB โดยทั่วไป |
| อากร | เสียตามพิกัดของสินค้า | โดยทั่วไปไม่เสีย ยกเว้นสินค้าบางรายการ |
| ภาษีมูลค่าเพิ่ม | เสียตามอัตราปกติจากฐานที่รวมอากรแล้ว | ใช้อัตราร้อยละศูนย์ |
| ข้อมูลการขนส่งที่เน้น | วันเรือเข้า เที่ยวเรือ ใบตราส่ง | เลขที่ Booking ตู้สินค้า วันบรรจุ |
| เอกสารสิทธิพิเศษ | หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดเพื่อลดอากรที่ไทย | คำขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดให้ผู้ซื้อใช้ที่ปลายทาง |
| จังหวะยื่น | ก่อนหรือเมื่อสินค้ามาถึง เพื่อรับของออกจากท่า | ก่อนบรรจุและส่งออก |
สิ่งที่ขาเข้ามีแต่ขาออกไม่มี
- การคำนวณภาษีรายรายการ — ทุกบรรทัดสินค้าต้องมีพิกัด อัตราอากร และยอดภาษีของตัวเอง
- การเฉลี่ยค่าระวางและค่าประกันลงรายรายการ เพื่อให้ได้ฐาน CIF ของแต่ละบรรทัด
- วันที่เรือหรือเครื่องบินมาถึง ซึ่งมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนที่ต้องใช้
- การใช้สิทธิลดอากรตามความตกลงการค้าเสรี ที่ต้องมีหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดประกอบ
- ใบอนุญาตนำเข้า สำหรับสินค้าควบคุม ซึ่งต้องมีก่อนตรวจปล่อย
- การวางประกันหรือชำระภาษี ก่อนรับสินค้าออกจากอารักขาศุลกากร
สิ่งที่ขาออกมีแต่ขาเข้าไม่มี
- เลขที่ Booking กับสายเรือ ซึ่งผูกกับตารางเรือและกำหนดวันปิดรับตู้
- ข้อมูลการบรรจุตู้ ทั้งเลขตู้ เลขซีล และสถานที่บรรจุ
- การขอใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การขอคืนอากรสำหรับของที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก
- การเตรียมเอกสารให้ผู้ซื้อปลายทาง เช่น คำขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดเพื่อให้ผู้ซื้อลดอากรที่ประเทศเขา
ส่วนที่เหมือนกันจนใช้ข้อมูลชุดเดียวกันได้
แม้ปลายทางจะต่างกัน แต่ข้อมูลตั้งต้นส่วนใหญ่มาจากเอกสารชุดเดียวกัน นี่คือเหตุผลที่การอ่านเอกสารครั้งเดียวแล้วใช้ต่อได้ทั้งสองขาช่วยประหยัดเวลาได้จริง
- เลขที่และวันที่ Invoice
- รายการสินค้า จำนวน หน่วยนับ ราคาต่อหน่วย และมูลค่ารวม
- น้ำหนักสุทธิและน้ำหนักรวม จำนวนหีบห่อ
- พิกัดศุลกากรของสินค้าแต่ละรายการ
- ทะเบียนผู้ซื้อ ผู้ขาย และตัวแทนออกของ
- สกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยน
จังหวะเวลาที่ต่างกัน
ขาออกมีเส้นตายที่ชัดกว่า เพราะผูกกับกำหนดปิดรับตู้ของสายเรือ ถ้าใบขนไม่ผ่านก่อนเวลานั้น ตู้จะตกเรือและต้องเลื่อนไปเที่ยวถัดไป ซึ่งมีต้นทุนตามมาทันที
ขาเข้ามีแรงกดดันอีกแบบ คือค่าใช้จ่ายจะเดินขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างที่สินค้ายังอยู่ที่ท่า ทั้งค่าเก็บรักษาและค่าปรับกรณีเกินระยะเวลาที่กำหนด การเตรียมข้อมูลใบขนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ได้รับเอกสารจากผู้ขายจึงคุ้มกว่ารอให้สินค้ามาถึงก่อน
ดูวิธีทำใบขนทั้งขาเข้าและขาออกจากข้อมูลชุดเดียวกัน · อ่านเรื่องการจัดพิกัดศุลกากรให้ถูก