สำหรับชิปปิ้งและผู้ประกอบการนำเข้า–ส่งออก

ทำใบขนสินค้าด้วย AI — อ่านเอกสาร หาพิกัด ยื่นกรมศุลกากร จบในระบบเดียว

ทำใบขนสินค้าด้วย AI คือการให้ AI อ่าน Commercial Invoice, Packing List และใบตราส่งสินค้า (B/L หรือ AWB) แล้วดึงข้อมูลออกมาเป็นชุดข้อมูลใบขน แทนการนั่งคีย์ทีละบรรทัด Paperless AI ไม่ได้หยุดที่การแปลงเอกสาร แต่ทำต่อจนถึงค้นหาพิกัดศุลกากร คำนวณอากรและภาษี สร้างไฟล์ XML ตามสคีมาของกรมศุลกากร เซ็นด้วยใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) และส่งเข้ากรมศุลกากรผ่านผู้ให้บริการ VAN ได้ในหน้าจอเดียวกัน

ปัญหาของการคีย์ใบขนแบบเดิม

ข้อมูลชุดเดียวกันถูกคีย์ซ้ำหลายรอบ ตั้งแต่เอกสารของซัพพลายเออร์จนถึงหน้าจอยื่นกรมศุลกากร

  • รายการสินค้าใน Invoice มีเป็นร้อยบรรทัด ต้องคีย์ทีละแถวเข้าโปรแกรมใบขน
  • ซัพพลายเออร์แต่ละรายวางตารางไม่เหมือนกัน คนละหัวคอลัมน์ คนละหน่วย คนละสกุลเงิน
  • ตัวเลขน้ำหนักและจำนวนหีบห่อใน Packing List ต้องกระทบยอดกับ Invoice ด้วยมือ
  • เลขที่ B/L หรือ AWB ถูกประทับตราทับจนอ่านยาก ต้องเปิดสลับหลายไฟล์
  • หาพิกัดศุลกากรของสินค้าเดิมซ้ำทุกครั้ง เพราะไม่มีที่เก็บว่าครั้งก่อนใช้พิกัดอะไร
  • คีย์เสร็จแล้วเพิ่งรู้ว่าฟิลด์บังคับขาด ตอนที่ระบบกรมศุลกากรตีกลับ
  • ทำใบขนขาเข้า ขาออก และใบกำกับการขนย้าย แยกกันคนละโปรแกรม
ทางออก

ให้ AI อ่านเอกสารต้นทางเป็นชุดข้อมูลตั้งต้นก่อน แล้วคนตรวจทานเฉพาะจุดที่ต้องตัดสินใจ ข้อมูลชุดเดียวไหลต่อจนถึงการยื่น โดยไม่ต้องคีย์ซ้ำระหว่างขั้นตอน

ขั้นตอนการทำใบขนสินค้าด้วย AI มี 5 ขั้น

แต่ละขั้นมีหน้าจอให้ตรวจและแก้ไขได้ก่อนไปขั้นถัดไป

1

อัปโหลดเอกสารต้นทาง

ลากไฟล์เข้าระบบได้โดยตรง รองรับ:

  • Commercial Invoice (PDF หรือ Excel)
  • Packing List
  • Bill of Lading (B/L) ทางเรือ
  • Air Waybill (AWB) ทางอากาศ
  • รูปถ่ายเอกสารและสินค้าจากมือถือ
2

AI อ่านและจัดโครงสร้างข้อมูล

ระบบตรวจหาตำแหน่งคอลัมน์ในตารางเอง แล้วดึงออกมาเป็นแถวรายการสินค้า พร้อมข้อมูลส่วนหัวของ shipment

  • อ่านได้ทั้งเอกสารภาษาไทยและอังกฤษ
  • แยกคอลัมน์ได้แม้ตารางไม่มีเส้น
  • รวมตัวอักษรที่ถูกฝังแบบแยกตัวกลับเป็นคำ
3

หาพิกัดศุลกากรและแปลชื่อสินค้า

ค้นจากพิกัดที่บริษัทเคยใช้กับสินค้าตัวนั้นก่อน ถ้าไม่พบจึงให้ AI เสนอพิกัดใกล้เคียงให้เลือก

  • แปลชื่อสินค้าเป็นภาษาไทยให้อัตโนมัติ
  • พิกัดที่ยืนยันแล้วถูกจำไว้ใช้ครั้งถัดไป
  • แก้ไขได้ทุกช่องก่อนบันทึก
4

คำนวณอากรและตรวจความครบถ้วน

คำนวณภาษีตามพิกัดและมูลค่า แล้วตรวจฟิลด์บังคับให้ก่อนยื่น

  • อากรขาเข้า
  • ภาษีสรรพสามิตและภาษีมหาดไทย
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • เฉลี่ยค่าระวางและค่าประกันเข้าฐาน CIF
  • เตือนฟิลด์บังคับที่ยังว่างก่อนส่ง
5

สร้าง XML เซ็น CA และส่งกรมศุลกากร

ทำต่อในระบบเดียวกัน ไม่ต้องส่งออกไฟล์ไปคีย์ซ้ำที่อื่น

  • สร้าง XML ตามสคีมาของกรมศุลกากร
  • เซ็นด้วยใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA)
  • ส่งผ่านผู้ให้บริการ VAN
  • เก็บผลตอบกลับและสถานะใบขนไว้ดูย้อนหลัง

หรือหยุดตรงไหนก็ได้

ถ้ายังอยากใช้โปรแกรมใบขนเดิม สามารถหยุดที่ขั้นที่ 3 แล้วส่งออกข้อมูลไปใช้ต่อได้

  • ส่งออก CSV หรือ Excel
  • ส่งออก XML เพื่อนำไปยื่นเอง
  • พิมพ์ร่างใบขนเป็น PDF เพื่อตรวจ

ข้อมูลที่ AI ดึงจากเอกสารให้ได้

ครอบคลุมทั้งส่วนหัวของ shipment และรายการสินค้ารายบรรทัด

ข้อมูลส่วนหัว (นอกตาราง)

  • เลขที่ Invoice และวันที่ Invoice
  • ชื่อและที่อยู่ผู้ขาย (Exporter / Seller)
  • ชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ (Importer / Buyer) พร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
  • เงื่อนไขการส่งมอบ (Incoterms) เช่น FOB, CIF, CFR
  • สกุลเงินและอัตราแลกเปลี่ยน
  • ท่าต้นทางและท่าปลายทาง (Port of Loading / Discharge)
  • ชื่อเรือหรือเที่ยวบิน และวันที่เดินทาง
  • เลขที่ B/L หรือ AWB
  • จำนวนและชนิดหีบห่อ
  • น้ำหนักสุทธิและน้ำหนักรวม
  • ค่าระวาง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายอื่น

ข้อมูลรายการสินค้า (ในตาราง)

  • ลำดับรายการและรหัสสินค้าของผู้ขาย
  • คำอธิบายสินค้าภาษาอังกฤษ และคำแปลภาษาไทย
  • ยี่ห้อ รุ่น และขนาด
  • จำนวนและหน่วยนับ
  • ราคาต่อหน่วยและมูลค่ารวมของรายการ
  • น้ำหนักสุทธิรายรายการ
  • ประเทศกำเนิดสินค้า
  • พิกัดศุลกากร (HS Code) และรหัสสถิติ
ข้อควรรู้: ตัวเลขที่ AI อ่านได้จะถูกแสดงในตารางที่แก้ไขได้ทุกช่องเสมอ ระบบไม่บันทึกข้อมูลเข้าใบขนโดยที่ผู้ใช้ยังไม่ได้ตรวจ เอกสารที่สแกนเอียง มีตราประทับทับตัวเลข หรือตารางไม่มีเส้นแบ่งคอลัมน์ เป็นกรณีที่ควรตรวจทานเป็นพิเศษ

รองรับใบขนสินค้าประเภทใดบ้าง

แต่ละประเภทมีหน้าจอ ชุดฟิลด์ และรูปแบบ XML ของตัวเองตามที่กรมศุลกากรกำหนด

ประเภท ใช้เมื่อไร ข้อมูลเฉพาะที่ต้องกรอก
ใบขนสินค้าขาออก
(Export Declaration)
ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ข้อมูลผู้ส่งออก ผู้ซื้อในต่างประเทศ ท่าส่งออก เลขที่ Booking และตู้สินค้า
ใบขนสินค้าขาเข้า
(Import Declaration)
นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร ข้อมูลผู้นำเข้า ผู้ส่งของต่างประเทศ วันที่เรือเข้า ฐาน CIF ค่าระวางและค่าประกัน อากรและภาษีรายรายการ
ใบกำกับการขนย้ายสินค้า
(e-Container / GCL)
ขนย้ายสินค้าระหว่างสถานที่ที่อยู่ในอารักขาศุลกากร เลขตู้ ซีล ทะเบียนรถ ต้นทางและปลายทางการขนย้าย

ต่างจากเครื่องมือ “แปลงเอกสารเป็น Excel” อย่างไร

เครื่องมือแปลงเอกสารเป็น Excel ทั่วไปจบงานที่ไฟล์ข้อมูล ทีมยังต้องเอาไฟล์นั้นไป import หรือคีย์ต่อในโปรแกรมใบขนอีกทอดหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่ข้อมูลตกหล่นบ่อยที่สุด Paperless AI ออกแบบมาให้ข้อมูลชุดเดียวไหลต่อจนถึงการยื่น

ขั้นตอน เครื่องมือแปลงเอกสารเป็น Excel Paperless AI
อ่าน Invoice / Packing List / B/Lทำได้ทำได้
ส่งออกเป็น Excel หรือ CSVทำได้ทำได้
ค้นหาพิกัดศุลกากรจากประวัติของบริษัทไม่มีมี
แปลชื่อสินค้าเป็นภาษาไทยไม่มีมี
คำนวณอากร ภาษีสรรพสามิต และ VATไม่มีมี
ตรวจฟิลด์บังคับของใบขนก่อนยื่นไม่มีมี
สร้างไฟล์ XML ตามสคีมากรมศุลกากรไม่มีมี
เซ็นเอกสารด้วยใบรับรอง CAไม่มีมี
ส่งเข้ากรมศุลกากรผ่าน VANไม่มีมี
ติดตามสถานะใบขนย้อนหลังไม่มีมี

ถ้าสิ่งที่ต้องการคือไฟล์ Excel อย่างเดียวเพื่อเอาไปใช้ในระบบที่มีอยู่แล้ว เครื่องมือแปลงเอกสารก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการตัดขั้นตอนคีย์ซ้ำระหว่าง “อ่านเอกสาร” กับ “ยื่นใบขน” ออกไปทั้งช่วง การทำทั้งสองอย่างในระบบเดียวจะลดจุดที่ข้อมูลคลาดเคลื่อนได้มากกว่า

ยังใช้โปรแกรมใบขนเดิมอยู่ ย้ายระบบไหม

ไม่จำเป็นต้องย้ายทั้งหมดตั้งแต่วันแรก หลายทีมเริ่มจากใช้ Paperless AI เฉพาะช่วงอ่านเอกสารเพื่อลดงานคีย์ก่อน แล้วส่งออกข้อมูลไป import เข้าโปรแกรมเดิม เช่น Next A, K Soft, EzyPlus หรือ ECS ที่ทีมคุ้นเคยอยู่แล้ว การจัดคอลัมน์ให้ตรงรูปแบบ import ขึ้นกับข้อกำหนดของโปรแกรมปลายทางแต่ละราย

เมื่อทีมเริ่มคุ้นแล้วค่อยขยับมาทำใบขนต่อจนถึงส่งกรมศุลกากรในระบบเดียวกัน ซึ่งเป็นจุดที่ประหยัดเวลาได้มากที่สุด เพราะตัดการคีย์ข้ามระบบออกไปทั้งช่วง

  • เริ่มเฉพาะขั้นอ่านเอกสารก่อนได้ ไม่ต้องเปลี่ยนกระบวนการเดิมทันที
  • ส่งออก CSV, Excel หรือ XML ไปใช้ต่อได้ตลอด
  • ข้อมูลบริษัท ผู้ซื้อ ผู้ขาย และสินค้า เก็บเป็นทะเบียนกลางไว้ใช้ซ้ำ
  • เมื่อพร้อมค่อยเปิดใช้ส่วนสร้าง XML และยื่นผ่าน VAN

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มยื่นใบขนจริง

  1. เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท และการลงทะเบียนผู้ผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์กับกรมศุลกากร
  2. ใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) ที่ยังไม่หมดอายุ สำหรับเซ็นเอกสารก่อนส่ง
  3. บัญชีผู้ให้บริการ VAN ที่บริษัทใช้อยู่
  4. ข้อมูลทะเบียนตั้งต้น เช่น ผู้ซื้อ ผู้ขาย ตัวแทนออกของ และรายการสินค้าที่ใช้ประจำ

ถ้ายังไม่มีครบ ก็ยังเริ่มใช้ส่วนอ่านเอกสารและจัดเตรียมข้อมูลใบขนได้ทันที ส่วนการยื่นค่อยเปิดใช้เมื่อเอกสารพร้อม

หมายเหตุเรื่องความรับผิดชอบ: ข้อมูลที่ AI ดึงมาและตัวเลขภาษีที่ระบบคำนวณ เป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับให้ผู้ใช้ตรวจสอบ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของกรมศุลกากร ความถูกต้องของใบขนที่ยื่นยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่นตามกฎหมาย

คำถามที่พบบ่อยเรื่องการทำใบขนสินค้าด้วย AI

ทำใบขนสินค้าด้วย AI คืออะไร?

คือการให้ AI อ่านเอกสารต้นทางของ shipment ได้แก่ Commercial Invoice, Packing List และใบตราส่งสินค้า (B/L หรือ AWB) แล้วดึงข้อมูลออกมาเป็นชุดข้อมูลใบขน แทนการนั่งคีย์ทีละบรรทัด จากนั้นผู้ใช้ตรวจทานและแก้ไขก่อนนำไปสร้างใบขนสินค้ายื่นกรมศุลกากร ตัว AI ทำหน้าที่ร่างข้อมูลให้ ส่วนความถูกต้องขั้นสุดท้ายยังเป็นความรับผิดชอบของผู้ยื่น

Paperless AI ยื่นใบขนเข้ากรมศุลกากรให้เลยหรือไม่?

ได้ ระบบสร้างไฟล์ XML ตามสคีมาของกรมศุลกากร เซ็นด้วยใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (CA) แล้วส่งผ่านผู้ให้บริการ VAN ในหน้าจอเดียวกัน จึงไม่ต้องส่งออกไฟล์ไปคีย์ซ้ำในโปรแกรมอื่น ทั้งนี้บริษัทต้องมีใบรับรอง CA และลงทะเบียนระบบ Paperless กับกรมศุลกากรไว้แล้ว

ต่างจากเครื่องมือแปลงเอกสารเป็น Excel อย่างไร?

เครื่องมือแปลงเอกสารเป็น Excel จบงานที่ไฟล์ข้อมูล ทีมยังต้องเอาไฟล์ไป import หรือคีย์เข้าโปรแกรมใบขนอีกต่อหนึ่ง ส่วน Paperless AI ต่อยาวไปจนถึงหาพิกัดศุลกากร คำนวณอากรและภาษี สร้าง XML เซ็น CA และส่งเข้ากรมศุลกากร จึงลดจุดที่ต้องคีย์ซ้ำระหว่างขั้นตอน

ใช้คู่กับโปรแกรมใบขนเดิม เช่น Next A, K Soft, EzyPlus หรือ ECS ได้ไหม?

ได้ ข้อมูลที่ AI อ่านและตรวจทานแล้วสามารถส่งออกเป็นไฟล์ CSV หรือ Excel เพื่อนำไป import เข้าโปรแกรมเดิมได้ การจัดคอลัมน์ให้ตรงรูปแบบ import ขึ้นกับข้อกำหนดของโปรแกรมปลายทางแต่ละราย หรือจะทำใบขนต่อจนถึงส่งกรมศุลกากรใน Paperless AI เลยโดยไม่ใช้โปรแกรมเดิมก็ได้

รองรับใบขนสินค้าประเภทไหนบ้าง?

รองรับใบขนสินค้าขาออก (Export Declaration) ใบขนสินค้าขาเข้า (Import Declaration) และใบกำกับการขนย้ายสินค้า e-Container (Goods Transition / GCL) โดยแต่ละประเภทมีหน้าจอ ชุดฟิลด์ และรูปแบบ XML ของตัวเองตามที่กรมศุลกากรกำหนด

AI หาพิกัดศุลกากร (HS Code) ให้ได้แม่นแค่ไหน?

ระบบจะค้นจากพิกัดที่บริษัทเคยใช้กับสินค้าตัวนั้นก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าไม่พบจึงใช้ AI เสนอพิกัดที่ใกล้เคียงพร้อมให้ผู้ใช้เลือกยืนยัน พิกัดที่ยืนยันแล้วจะถูกจำไว้ใช้ครั้งต่อไป ผลลัพธ์จึงแม่นขึ้นตามการใช้งาน แต่ทุกครั้งควรตรวจทานก่อนยื่น เพราะการจัดพิกัดผิดมีผลต่ออัตราอากรและความรับผิดตามกฎหมาย

เอกสารแบบไหนที่ AI อ่านได้ผลดี และแบบไหนที่ควรระวัง?

ไฟล์ PDF ที่มีชั้นข้อความอยู่แล้วและตารางจัดวางสม่ำเสมอให้ผลดีที่สุด ส่วนเอกสารสแกน รูปถ่ายเอียง ลายเซ็นหรือตราประทับทับตัวเลข ตารางที่ไม่มีเส้นแบ่งคอลัมน์ และไฟล์ที่ฝังฟอนต์แบบแยกตัวอักษร เป็นกรณีที่ต้องตรวจทานเป็นพิเศษ ระบบแสดงข้อมูลที่อ่านได้ในตารางที่แก้ไขได้ทุกช่องก่อนบันทึกเสมอ

ระบบคำนวณอากรและภาษีให้ด้วยหรือไม่?

คำนวณให้ตามพิกัดและมูลค่าที่บันทึกไว้ ครอบคลุมอากรขาเข้า ภาษีสรรพสามิต ภาษีมหาดไทย และภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับขาเข้าระบบจะเฉลี่ยค่าระวางและค่าประกันเข้าไปในฐาน CIF ให้ก่อนคำนวณ ตัวเลขที่ได้ใช้เป็นตัวตั้งต้นสำหรับตรวจสอบ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของกรมศุลกากร

ค่าใช้จ่ายคิดอย่างไร?

คิดเป็นเครดิต โดย 1 เครดิตต่อการอ่านเอกสารด้วย AI หนึ่งฉบับ และหักค่าส่งข้อมูลตามอัตราของระบบ NSW เมื่อส่งใบขนเข้ากรมศุลกากรจริง สมัครทดลองใช้งานได้ฟรีก่อนตัดสินใจ

ข้อมูลเอกสารของแต่ละบริษัทแยกกันหรือไม่?

แยก ระบบออกแบบให้ข้อมูลของแต่ละบริษัทอยู่คนละฐานข้อมูล ผู้ใช้เห็นเฉพาะข้อมูลของบริษัทที่บัญชีตัวเองผูกอยู่เท่านั้น

อ่านต่อ

พิกัดศุลกากร (HS Code) คืออะไร

โครงสร้างเลข 11 หลักของไทย วิธีไล่หาพิกัดให้ถูก และกับดักที่ทำให้จัดพิกัดผิดบ่อย

เอกสารที่ต้องใช้ทำใบขน

เช็กลิสต์เอกสารขาเข้าและขาออก พร้อมจุดที่ข้อมูลมักไม่ตรงกันระหว่างเอกสาร

คำนวณอากรขาเข้าและ VAT

ฐาน CIF คืออะไร ลำดับการคำนวณภาษีแต่ละตัว พร้อมตัวอย่างคำนวณทีละขั้น

ลองกับเอกสารจริงของคุณ

อัปโหลด Invoice ที่ใช้งานจริงหนึ่งฉบับ แล้วดูว่าข้อมูลที่ AI ดึงได้ตรงกับต้นฉบับแค่ไหน ก่อนตัดสินใจใช้จริง

เริ่มทดลองใช้งานฟรี